star

สเปซชิปทู

สเกลด์คอมโพสิตส์ รุ่น 339 สเปซชิปทู หรือ เอสเอสทู (อังกฤษ: Scaled Composites Model 339 SpaceShipTwo, SS2) เป็นเครื่องบินอวกาศแบบวงโคจรย่อยออกแบบสำหรับการท่องเที่ยวอวกาศ ผลิตโดยเดอะสเปซชิปคอมปะนี

joker123

สเปสชิปทูถูกขนไปยังความสูงปล่อยตัวโดยสเกลด์คอมโพสิตส์ไวท์ไนท์ทู (Scaled Composites White Knight Two) ก่อนถูกปล่อยตัวให้บินไปยังชั้นบรรยากาศส่วนบนด้วยเครื่องยนต์จรวด จากนั้นจึงร่อนกลับมายังโลกและจอดบนรันเวย์แบบเครื่องบินปกติ[1] ยานอวกาศนี้เปิดตัวสู่สาธารณะเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552[2] เกือบสามปีหลังจากการทดสอบบินโดยไม่ใช้เครื่องยนต์ก็ได้มีการทดสอบบินแบบใช้เครื่องยนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556[3]

เวอร์จินกาแลกติกวางแผนจะบริหารหมู่กองบินเครื่องบินอวกาศประกอบด้วยสเปซชิปทูจำนวนห้าลำให้เป็นบริการขนส่งผู้โดยสารเอกชน[4][5][6][7] และได้เริ่มเปิดรับจองแล้วบางส่วน โดยมีราคาตั๋วเที่ยวแบบวงโคจรย่อยอยู่ที่ 250,000 ดอลลาห์สหรัฐ[8] เครื่องบินอวกาศนี้ยังสามารถใช้ขนส่งสิ่งของทางวิทยาสตร์สำหรับนาซาและองค์กรอื่น ๆ[9]

สล็อต

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ระหว่างเที่ยวบินทดสอบ VSS Enterprise เครื่องบินสเปสชิปทูลำแรกหักกลางอากาศและตกลงบนทะเลทรายโมฮาวี[10][11][12][13] การตรวจสอบเบื่องต้นชี้ว่าอาจเป็นเพราะระบบลดระดับได้ทำงานก่อนกำหนด[14][15] นักบินหนึ่งคนเสีนชีวิตส่วนอีกคนบาดเจ็บสาหัดที่หัวไหล่ระหว่างกระโดดร่มชูชีพลงมาจากเครื่องบิน[16]

เครื่องบินสเปซชิปทูลำที่สอง VSS Unity เปิดตัวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.​ 2559[17][18] ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดลองบิน

“สเปซชิปทู” ยานอวกาศเพื่อการท่องเที่ยวในห้วงอวกาศของบริษัท เวอร์จิน กาแลคติค ของ ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ทดสอบการบินอิสระจากยานแม่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา บริเวณท่าอวกาศยานและการบินโมฮาเว ในทะเลทรายโมฮาเว ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปราว 320 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สล็อตออนไลน์

“สเปซชิปทู” เป็นยานอวกาศเพื่อการ พาณิชย์รุ่นที่ 2 ของเวอร์จิน กาแลคติค หลังจากที่ยานลำแรกประสบเหตุเสียหายระหว่างการทดลองการบินเมื่อเดือนตุลาคมปี 2014 จนเป็นเหตุให้ผู้ช่วยนักบินเสียชีวิต สเปซชิปทู ประกอบด้วยยาน 2 ลำ ที่สามารถแยกเป็นอิสระออกจากกันได้ ยานลำแรกเป็นยานแม่ชื่อ “ไวท์ไนท์ทู” ส่วนยานท่องอวกาศจริงๆ นั้นเป็นยานอวกาศ 6 ที่นั่งซึ่ง ศาสตราจารย์ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง นักทฤษฎีฟิสิกส์ชื่อดังชาวอังกฤษตั้งชื่อให้ว่า “ยูนิตี” สามารถแยกเป็นอิสระจากยานแม่ได้เมื่อถูกนำส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ก่อนที่จะกลับเข้าสู่บรรยากาศและลงจอดได้ด้วยตัวเอง

ในการทดสอบครั้งนี้ ตัวยานและยานแม่บินขึ้นจากท่าอวกาศยานและการบินโมฮาเว เมื่อเวลา 06.49 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้น ยานยูนิตีแยกเป็นอิสระออกจาก ไวท์ไนท์ทู ที่ระดับความสูงเกินกว่า 50,000 ฟุตเล็กน้อย โดยร่อนเป็นอิสระอยู่ที่ความเร็ว 0.4 มัค เพื่อตรวจสอบบุคลิกของการบินและอาการสั่นสะเทือน จากนั้นอีก 15 นาทีต่อมาก็ลงจอดในรันเวย์สำหรับลงจอดของยานอวกาศ

แหล่งพลังงาน
ยานสำรวจ วอยเอจเจอร์ 1 ใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วยความร้อนจากไอโซโทปรังสี หรืออาร์ทีจี (Radioisotope Thermoelectric Generator) รวม 3 เครื่อง ติดตั้งในลักษณะเป็นส่วนแขนยื่นออกจากตัวยาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแต่ละเครื่องประกอบไปด้วยลูกบอลอัดเชื้อเพลิงพลูโตเนียม-238 (238Pu)

jumboslot

ในรูปของพลูโตเนียมออกไซด์ (PuO2) ทั้งหมด 24 ลูก[22] กำลังไฟฟ้าวัดได้รวม 470 วัตต์ ณ วันที่ทำการปล่อยยาน[23] โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป อันเป็นผลจากการสลายตัวของพลูโตเนียม-238 ที่มีค่าครึ่งชีวิตอยู่ที่ 87.7 ปี รวมถึงการเสื่อมสภาพของชุดเทอร์โมคัปเปิล อย่างไรก็ตามเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาร์ทีจีจะยังคงจ่ายพลังงานให้กับตัวยานได้อย่างเพียงพอต่อไปจนถึงปี ค.ศ. 2025[17][22]

แบบจำลองเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาร์ทีจี

ปัจจุบันปริมาณพลูโตเนียม-238 ใน วอยเอจเจอร์ 1 คงเหลือ 70.84% เทียบกับวันที่ปล่อยยาน และจะลดลงจนเหลือเพียง 56.5% ในปี ค.ศ. 2050

ระบบคอมพิวเตอร์
แทบทุกส่วนของตัวยานสำรวจทำงานโดยอัตโนมัติผ่านการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ยกเว้นระบบถ่ายภาพแสงที่มองเห็นได้ซึ่งเป็นเพียงระบบเดียวที่ไม่ได้ทำงานแบบอัตโนมัติ แต่จะถูกควบคุมโดยชุดค่าพารามิเตอร์ในคอมพิวเตอร์ระบบย่อยข้อมูลการบิน (Flight Data Subsystem: FDS) ต่างจากกล้องถ่ายภาพในยานสำรวจยุคหลังจากปี ค.ศ. 1990 ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบควบคุมแบบอัตโนมัติทั้งหมดแล้ว[24]

slot

ระบบย่อยคอมพิวเตอร์สั่งการ (Computer Command Subsystem: CCS) ประกอบไปด้วยชุดคำสั่งแบบสำเร็จ เช่น ชุดคำสั่งถอดรหัส ชุดคำสั่งตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่อง ชุดคำสั่งควบคุมทิศทางของเสาอากาศ และชุดคำสั่งควบคุมตำแหน่งยาน คอมพิวเตอร์ส่วนนี้เป็นส่วนที่พัฒนามาจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในยานโครงการไวกิ้ง (Viking Program) ช่วงยุค ค.ศ. 1970 ฮาร์ดแวร์แบบปรับแต่งเอง (custom-built) ที่ใช้สำหรับระบบย่อยคอมพิวเตอร์สั่งการของยานสำรวจทั้งสองลำในโครงการ โวเอจเจอร์ จะเหมือนทุกประการ มีเพียงการปรับแต่งโปรแกรมเล็กน้อยเพราะมีระบบย่อยทางวิทยาศาสตร์ที่ยานอีกลำไม่มี[25]

ระบบย่อยควบคุมตำแหน่งและแนวโคจร (Attitude and Articulation Control Subsystem: AACS) เป็นระบบที่ใช้ในการควบคุมตำแหน่งและทิศทางของตัวยาน คอยควบคุมองศาของเสาอากาศยานให้ชี้มายังโลก ควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่ง และบังคับทิศทางของยานเพื่อทำการถ่ายภาพวัตถุและพื้นผิว ระบบย่อยนี้สำหรับยานสำรวจในโครงการ โวเอจเจอร์ จะเหมือนทุกประการ[26][27]